บางทีคุณอาจเคยเป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นมาก จนเผลอลืมไปว่า ความรู้สึกของตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
คุณแคร์ว่า ถ้าปฏิเสธสิ่งที่เขาขอ เขาจะเสียใจไหม แคร์ว่า ถ้าไม่ทำในสิ่งที่เขาต้องการ เขาจะรู้สึกอย่างไร จนหลายครั้งยอมทำในสิ่งที่ไม่ได้อยากทำ ยอมรับในสิ่งที่ไม่ควรต้องรับ และยอมเก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ เพียงเพราะไม่อยากให้ใครต้องผิดหวัง
เพราะในตอนนั้น คุณอาจคิดเพียงว่า…
ขอให้พวกเขาได้มีความสุขก็พอ
แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่เคยถามตัวเองเลยคือ
แล้วคุณล่ะ มีความสุขหรือเปล่า
เมื่อคนอื่นๆได้รับในสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็เดินต่อไปกับชีวิตของเขา ส่วนคุณกลับต้องอยู่กับความรู้สึกที่เหลืออยู่เพียงลำพัง
บางเรื่องใช้เวลานานกว่าจะทำใจได้ ต้องค่อย ๆ ยอมรับความผิดหวัง ค่อย ๆ เยียวยาตัวเอง และใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับมายิ้มได้เหมือนเดิม
แล้วเมื่อวันหนึ่งคุณเริ่มดีขึ้น เรื่องใหม่ก็เข้ามาอีก คนใหม่ๆเข้ามาอีก หรือมีใครบางคนต้องการอะไรจากคุณอีก
และคุณก็กลับไปเป็นคนเดิม
คนที่ยอมเพื่อให้คนอื่นสบายใจ โดยไม่เคยหยุดถามตัวเองว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นกำลังทำร้ายตัวเองหรือเปล่า
จนวันหนึ่ง คุณอาจเหนื่อยมากพอที่จะถามตัวเองว่า…
ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายเสียความรู้สึกอยู่เสมอ เพียงเพื่อให้คนอื่นมีความสุข
คำถามนั้นอาจไม่ได้เปลี่ยนชีวิตคุณในทันที แต่มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้คุณหันกลับมามองตัวเองอีกครั้ง
คุณเริ่มเข้าใจว่า การแคร์คนอื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่การแคร์คนอื่นจนต้องทำร้ายความรู้สึกของตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ ไม่ใช่ควรใจดีเสมอไป
บางครั้งมันเป็นเพียงการลืมไปว่า
ตัวคุณเองก็ควรได้รับการดูแลเหมือนกัน
จากวันนั้น คุณจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะปฏิเสธในบางเรื่อง
ไม่รับทุกเรื่องที่ไม่ใช่ปัญหาของตัวเอง ไม่พยายามแก้ไขทุกอย่างให้กับทุกคน และไม่ฝืนตัวเองเพียงเพราะกลัวว่าใครจะผิดหวัง
คุณไม่ได้เกลียดใคร ไม่ได้โกรธใคร และไม่ได้ต้องการทำร้ายความรู้สึกของใคร
คุณเพียงแค่เริ่มรู้ว่า
ชีวิตของคุณเองก็ต้องการพื้นที่สำหรับความสงบ
เมื่อไม่ต้องแบกรับทุกเรื่องของคนอื่น ชีวิตกลับเบาลงอย่างไม่น่าเชื่อ
คุณมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ได้ฟังความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเวลาว่า ใครจะคิดอย่างไร
แต่การเลือกตัวเองก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ
บางคนอาจไม่ได้อยู่กับคุณเหมือนเดิม
เพราะเมื่อคุณไม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ บางคนอาจค่อย ๆ เดินออกไปจากชีวิต
ช่วงแรกมันอาจเหงา และอาจทำให้คุณสงสัยว่าตัวเองตัดสินใจผิดหรือเปล่า
แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะค่อย ๆ เข้าใจว่า
การอยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีความสุข
บางครั้งมันหมายถึงการที่คุณไม่ต้องฝืนตัวเองอีกแล้ว เพียงเพื่อให้ใครบางคนยังอยู่ข้าง ๆ
คุณไม่จำเป็นต้องพร้อมสำหรับทุกคน ไม่จำเป็นต้องตอบรับทุกคำขอ และไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของใครๆอีกต่อไป
ถ้าใครผิดหวังกับการตัดสินใจของคุณ นั่นคือความรู้สึกที่เขาต้องเรียนรู้จะดูแลด้วยตัวเอง
ส่วนความรู้สึกของคุณ…
คุณจะดูแลมันเองด้วยเช่นกัน
เมื่อผ่านเรื่องราวมามากพอ คุณจะเริ่มมองย้อนกลับไปและเข้าใจว่า หลายสิ่งที่เคยคิดว่าสำคัญ อาจไม่ได้สำคัญอีกต่อไป
คุณอาจไม่ได้มีคนอยู่รอบตัวมากเหมือนเมื่อก่อน แต่กลับมีความสงบมากขึ้น
ไม่ต้องมีใครมาคอยบอกว่าคุณมีคุณค่า ไม่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ใครรัก และไม่ต้องยอมเสียความเป็นตัวเอง เพียงเพราะกลัวว่าจะสูญเสียใครไป
คุณเติบโตขึ้นจากความรัก ความผิดหวัง การสูญเสีย และเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
จนในที่สุดก็ได้เรียนรู้ว่า…
ไม่มีใครสามารถอยู่กับคุณได้ตลอดชีวิตเท่ากับตัวคุณเอง
และเมื่อคุณรู้เช่นนั้น คุณจึงเริ่มอยู่กับตัวเองได้อย่างสบายใจ
บางวันอาจเป็นเพียงการได้นั่งเงียบ ๆ สักมุมหนึ่ง มีแก้วกาแฟอยู่ข้างตัว มองต้นไม้ไหวไปตามลม หรือปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ต้องรีบทำอะไรเพื่อใคร
ช่วงเวลาเล็ก ๆ เหล่านั้นอาจทำให้คุณรู้ว่า ความสุขไม่ได้จำเป็นต้องมีใครมามอบให้เสมอไป
บางครั้งความสุขคือการได้อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ต้องฝืนตัวเอง
ได้พักจากเรื่องของคนอื่น
และได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง
คุณอาจไม่ได้ต้องการคนรอบตัวมากมายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เพียงแค่มีชีวิตที่สงบ มีเวลาสำหรับตัวเอง และสามารถอยู่กับตัวเองได้โดยไม่รู้สึกว่าขาดอะไร
เพราะท้ายที่สุดแล้ว…
การรักตัวเอง ไม่ใช่การเลือกตัวเองเหนือคนอื่นเสมอไป
แต่มันคือการไม่เลือกคนอื่น
จนลืมเลือกตัวเอง
บางทีการเติบโตที่แท้จริง อาจไม่ใช่การมีคนอยู่ข้าง ๆ มากขึ้น
แต่อาจเป็นวันที่คุณสามารถอยู่กับตัวเองได้
อย่างสงบ
อย่างสบายใจ
และไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรอีกแล้ว
เพราะวันนั้นคุณจะรู้ว่า…
การรักตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว
แต่มันคือการกลับมาเป็นคนสำคัญ
ในชีวิตของตัวเองได้อีกครั้ง
หากวันนี้คุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้ต้องฝืนตัวเองอยู่เสมอ ลองหยุดสักครู่แล้วถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า
“สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ เป็นเพราะฉันเต็มใจ หรือเพียงเพราะกลัวว่าเขาจะผิดหวัง?”
บางทีคำตอบนั้นอาจไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่างในทันที
แต่อาจเป็นคำตอบเล็ก ๆ ที่ทำให้คุณเริ่มรู้ว่า
ถึงเวลาที่จะหันกลับมาดูแลความรู้สึกของตัวเองบ้างแล้ว





