สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากซีรี่ส์ The Good Doctor

ช่วงนี้เราได้ดูซีรีส์เรื่อง The Good Doctor และยอมรับเลยว่า เราชอบ ชอน เมอร์ฟี่ มาก ๆ

ชอนเป็นตัวละครที่น่ารัก ซื่อตรง และจริงใจ เขาพูดในสิ่งที่คิด ไม่ได้พยายามพูดเพื่อเอาใจใคร แม้บางครั้งความตรงไปตรงมาของเขาจะทำให้คนรอบข้างไม่เข้าใจ หรือรู้สึกว่าเขาแตกต่างจากคนอื่น

แต่ยิ่งดู เราก็ยิ่งรู้สึกว่า ชอนเป็นคนที่น่าสนใจมากกว่าที่เห็นในตอนแรก

ชอนเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขา พ่อไม่ยอมรับความแตกต่างของลูกชายและทำร้ายเขา ขณะที่แม่เองก็ไม่สามารถปกป้องเขาได้อย่างที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับ นอกบ้านก็ไม่ได้ง่ายไปกว่ากัน เขาถูกกลั่นแกล้งมาตั้งแต่เด็ก เพราะความแตกต่างทั้งวิธีคิด การสื่อสาร และพฤติกรรมหลายอย่างที่คนรอบตัวไม่เข้าใจ

แต่ในโลกที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจเขา สตีฟ น้องชายของเขา กลับเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ และคอยปกป้องชอนเสมอ สำหรับชอน สตีฟจึงไม่ใช่เพียงน้องชาย แต่เป็นคนสำคัญที่ทำให้เขารู้ว่า อย่างน้อยบนโลกใบนี้ก็ยังมีใครสักคนที่รักและยอมรับเขา

จนกระทั่งวันหนึ่ง ชอนต้องสูญเสียสตีฟไป

ความสูญเสียครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของเขาไปมาก หลังจากนั้นชอนต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์หลายแห่ง ต้องเปลี่ยนบ้านและคนดูแลอยู่เรื่อย ๆ และจากเด็กที่เคยมีคนคอยปกป้อง เขาก็ยิ่งเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเอง

เราอาจมองเห็นสิ่งนี้ได้ในชอนเมื่อเขาโตขึ้น เขาไม่ชอบให้ใครมาสัมผัสตัว ไม่เปิดใจง่าย ๆ และไม่ค่อยรู้ว่าจะแสดงความรู้สึกที่อยู่ข้างในออกมาอย่างไร

แต่เราไม่คิดว่านั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องการความรัก ตรงกันข้าม เรากลับรู้สึกว่า ชอนเป็นคนที่รักลึกมาก เพียงแต่เขาเคยสูญเสียคนที่รักที่สุดไปแล้ว และไม่อยากต้องกลับไปเจอกับความเจ็บปวดแบบนั้นอีก

จนกระทั่งมีคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขา

ดร.แอรอน กลาสแมน

จริง ๆ แล้วชอนกับกลาสแมนเคยพบกันตั้งแต่ตอนที่ชอนยังเด็ก เมื่อชอนกับสตีฟพากระต่ายที่พ่อทำร้ายไปหาหมอ และหมอคนนั้นก็คือกลาสแมน วันนั้นอาจเป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ สำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับชอน มันกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่สำคัญมากในชีวิต

เมื่อสตีฟจากไป ชอนโทรหากลาสแมน และกลาสแมนก็เข้ามาช่วยเขา หลังจากนั้น แม้ชอนจะยังต้องผ่านการเปลี่ยนบ้านและครอบครัวอุปถัมภ์หลายแห่ง แต่กลาสแมนยังคงอยู่ในชีวิตของเขา จนในที่สุดก็เข้ามาดูแลชอนอย่างจริงจัง

กลาสแมนสังเกตเห็นว่า ชอนมักนั่งเงียบ ๆ เหม่ออยู่กับตัวเอง ด้วยความที่กลาสแมนเป็นหมอ รอบตัวเขาจึงมีหนังสือทางการแพทย์อยู่มากมาย เขาจึงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่มีอยู่ในห้องมาให้ชอนอ่าน

ไม่ได้มีการทดสอบอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ผู้ใหญ่คนหนึ่งเห็นเด็กนั่งเหม่อ และหยิบสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัวมาให้ลองอ่าน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น กลับทำให้กลาสแมนมองชอนเปลี่ยนไป

ชอนจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ และเข้าใจเรื่องทางการแพทย์ได้อย่างน่าทึ่ง กลาสแมนจึงเริ่มเห็นว่า ภายใต้เด็กคนหนึ่งที่หลายคนมองว่าแตกต่าง มี พรสวรรค์ที่พิเศษมาก ซ่อนอยู่

และแทนที่จะพยายามเปลี่ยนชอนให้เป็นเหมือนคนอื่น กลาสแมนกลับเลือกที่จะสนับสนุนสิ่งที่ชอนมี เขาเชื่อว่าชอนสามารถเป็นหมอได้

ความเชื่อของกลาสแมนมีความหมายกับชอนมาก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ชอนมักได้ยินว่าตัวเองแตกต่าง ทำอะไรไม่ได้ หรือไม่เหมาะกับสิ่งต่าง ๆ แต่กลาสแมนกลับมองเห็นอีกด้านหนึ่ง

เขาเห็นว่า ชอนมีความสามารถ และเขาอยากให้ชอนได้ใช้ความสามารถนั้น

จากวันนั้น กลาสแมนค่อย ๆ ผลักดันชอน จนในที่สุดเขาก็ได้เดินเข้าสู่เส้นทางการเป็นหมอ

แน่นอนว่า ช่วงแรกไม่ได้ง่ายเลย คนรอบข้างจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อว่า ชอนจะเป็นหมอที่ดีได้ บางคนมองเขาจากข้อจำกัดก่อนที่จะมองเห็นความสามารถ ชอนจึงต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่น

แต่สิ่งหนึ่งที่น่ารักมากคือ กลาสแมนไม่เคยหยุดเชื่อในตัวชอน และชอนเองก็ไม่เคยลืมว่าคนคนนี้เคยเชื่อในตัวเขา ตั้งแต่วันที่แทบไม่มีใครมองเห็นอะไรในตัวเขาเลย

ความสัมพันธ์ของสองคนนี้จึงไม่ใช่แค่หมอกับลูกศิษย์

สำหรับชอน กลาสแมนเป็นเหมือนครอบครัว เป็นผู้ใหญ่ที่เขาไว้ใจ และเป็นคนที่ทำให้เขารู้ว่า ตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ส่วนสำหรับกลาสแมน ชอนไม่ใช่เพียงเด็กที่เขาอยากช่วย แต่เป็นคนที่เขารักและอยากเห็นการเติบโต

ความรักของคนสองคนนี้น่าสนใจตรงที่ ทั้งคู่ไม่ได้แสดงออกเหมือนกัน

กลาสแมนอาจพูดตรง ๆ ให้คำแนะนำ และคอยปกป้องชอน ส่วนชอนอาจไม่รู้ว่าจะแสดงความรักอย่างไร ไม่เก่งเรื่องการสัมผัสหรือการพูดความรู้สึก แต่เราจะเห็นความรักของเขาผ่านการกระทำเล็ก ๆ หลายอย่าง

มันเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับชอน จากเด็กคนหนึ่งที่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีที่ยืนในโลกใบนี้ กลายเป็นหมอที่มีคนรอบตัวรักและยอมรับ

และถ้าเราได้ดูต่อ เราจะได้เห็นว่าความสัมพันธ์ของชอนกับกลาสแมนยังมีเรื่องราวอีกมากมาย ทั้งวันที่เข้าใจกันและวันที่ไม่เข้าใจกัน วันที่ผิดหวัง วันที่ให้อภัย และวันที่ต่างฝ่ายต่างต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

นั่นเป็นเหตุผลที่เราชอบ The Good Doctor

เพราะนอกจากเรื่องความสามารถทางการแพทย์แล้ว ซีรีส์ยังทำให้เราเห็นว่า บางครั้งชีวิตของคนคนหนึ่งอาจเปลี่ยนไปได้ เพียงเพราะมีใครสักคน มองเห็นเขาในวันที่คนอื่นยังมองไม่เห็น

และสำหรับชอน คนคนนั้นก็คือ ดร.กลาสแมน

ส่วนสิ่งที่ชอนสอนเรา คือ เราไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่นเพื่อที่จะมีคุณค่า

เราอาจมีข้อจำกัดบางอย่าง อาจเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นในบางเรื่อง หรืออาจสื่อสารความรู้สึกได้ไม่เก่ง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็อาจมีบางสิ่งที่พิเศษอยู่ในตัว

ขอเพียงมีโอกาสได้ค้นพบมัน มีใครสักคนมองเห็นมัน และที่สำคัญที่สุด คือ เราเองต้องไม่หยุดพยายาม

นี่คือสิ่งที่เราได้จากเรื่องราวของ ชอน เมอร์ฟี่ และ ดร.กลาสแมน

เรื่องของเด็กคนหนึ่งที่เคยถูกมองว่าแตกต่าง กับผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เลือกจะมองเห็นคุณค่าของเขา

และบางที ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา อาจไม่ใช่ความรักที่พูดออกมาสวยงามที่สุด

แต่อาจเป็นความรักของคนที่บอกเราอย่างเรียบง่ายว่า

“ฉันเชื่อในตัวเธอ”

แล้วอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ในวันที่เรายังไม่เชื่อในตัวเองเลย