ได้ฟังเพลงหนึ่งชื่อ I Can Overcome This
ฟังครั้งแรกเราก็ชอบเลยค่ะ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพลงพูดถึงอะไร เราฟังอยู่หลายรอบ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า เนื้อเพลงจริง ๆ เขาร้องว่าอะไรนะ เลยไปหาคำแปลดู
แล้วพออ่านความหมายจบ เรากลับรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า…
นี่มันเพลงของเราเลยนี่นา
ไม่ใช่แค่เพราะความหมายของเพลงดี แต่เพราะเรื่องราวที่อยู่ในนั้น หลายอย่างเป็นความรู้สึกที่เราเคยผ่านมาแล้วจริง ๆ
เมื่อก่อนเราอาจเป็นคนที่อ่อนแอกว่านี้ เคยยอมให้คำพูด การกระทำ และความไม่หวังดีของคนอื่นเข้ามาทำร้ายตัวเอง จนบางครั้งก็อดถามไม่ได้ว่า ทำไมเรื่องเหล่านี้ถึงต้องเกิดขึ้นกับเรา
ตอนที่ยังอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวด เราอาจมองเห็นแต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า และไม่เข้าใจเลยว่า วันหนึ่งเราจะผ่านมันไปได้อย่างไร
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับพบว่า บางเรื่องที่เคยทำให้เราเจ็บที่สุด กลับกลายเป็นบทเรียนที่สอนเราได้มากที่สุด
มันสอนให้เรารู้จักคน
สอนให้เรารู้จักตัวเอง
และสอนให้เรารู้ว่า ชีวิตของเราควรให้คุณค่ากับอะไร
เหมือนต้นไม้ที่เคยผ่านพายุ
ตอนที่พายุพัดแรง เราอาจเห็นเพียงกิ่งที่หัก ใบที่ร่วง และคิดว่าต้นไม้คงไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
แต่เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนไป ต้นไม้ต้นเดิมกลับค่อย ๆ แตกใบใหม่
มันไม่ได้กลับไปเป็นต้นไม้ต้นเดิมอย่างสมบูรณ์
แต่รากของมันกลับแข็งแรงกว่าเดิม
เราก็อาจเป็นแบบนั้นค่ะ
สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอาจทิ้งร่องรอยเอาไว้ และบางครั้งเมื่อนึกถึง เรายังรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง
ไม่ใช่ว่าเราไม่เจ็บ
เพียงแต่วันนี้ เราไม่จำเป็นต้องยืนอยู่กลางพายุอีกแล้ว
เราสามารถเดินออกมา แล้วมองมันจากที่ไกล ๆ ได้
รู้ว่ามันเคยเกิดขึ้น
รู้ว่ามันเคยทำให้เราเจ็บ
แต่ก็รู้ด้วยว่า มันผ่านไปแล้ว
และเมื่อเราเติบโตขึ้น เราจะเริ่มเลือกได้ว่า สิ่งไหนควรเก็บไว้เป็นบทเรียน และสิ่งไหนควรวางลง
บางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีคำตอบ
บางคนไม่จำเป็นต้องกลับไปทำความเข้าใจ
และบางความรู้สึกก็ไม่จำเป็นต้องแบกไปกับเราตลอดทาง
เพราะข้างหน้าของเรายังมีอีกหลายอย่างที่สำคัญกว่า
มีความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ
มีสิ่งที่อยากสร้าง
มีคนที่เรารัก
และมีชีวิตอีกมากมายที่เรายังอยากใช้ในแบบของเรา
เมื่อมองเห็นสิ่งเหล่านี้ เราจึงค่อย ๆ เข้าใจว่า การเดินหน้าต่อไม่ได้หมายความว่าเราลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
แต่หมายถึง เราเลือกที่จะไม่ให้เรื่องในอดีตพาเราเดินกลับไปอยู่ในจุดเดิม ๆ อีกต่อไป
เพลง I Can Overcome This จึงมีความหมายกับเรามากกว่าการบอกว่า เราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้
มันเหมือนเสียงของคนคนหนึ่งที่เคยผ่านความเจ็บปวดมาแล้ว และวันนี้กำลังมองย้อนกลับไปด้วยความเข้าใจว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีส่วนทำให้เราเติบโตขึ้น
เราอาจเคยคิดว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เข้ามาพรากอะไรบางอย่างไปจากเรา
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจพบว่า มันกลับทำให้เราได้บางอย่างกลับมา
ตัวเราในวันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ถ้าใครกำลังผ่านเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตกำลังหนักเกินไป เราอยากฝากเพลงนี้ไว้ให้ฟังค่ะ
ไม่ใช่เพื่อบอกว่าเราต้องเข้มแข็งตลอดเวลา และไม่ใช่เพื่อบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่สำคัญ
แต่อยากให้รู้ว่า ความเจ็บปวดอาจเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นตอนจบของชีวิต
วันหนึ่ง เราอาจหันกลับไปมองสิ่งที่เคยเกิดขึ้น แล้วพบว่า เราไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกแล้ว
เราเติบโตขึ้น
แข็งแกร่งขึ้น
และกำลังเดินไปหาชีวิตที่เราเลือกเอง
สำหรับเรา เพลงนี้จึงเหมือนเรื่องราวบทหนึ่งของชีวิตที่บังเอิญถูกเขียนออกมาเป็นเสียงเพลง
และเมื่อฟังจบ เราไม่ได้อยากหันกลับไปมองอดีตนาน ๆ อีกแล้ว
เราอยากหันหน้าไปทางข้างหน้า
ไปทำความฝันของเราให้สำเร็จ
ไปใช้ชีวิตที่เราอยากใช้
และปล่อยให้วันเวลาพิสูจน์ว่า เราจะเดินไปได้ไกลแค่ไหน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกับใครเลย
แค่ใช้ชีวิตของเราให้ดี ก็เพียงพอแล้ว
และถ้าวันหนึ่งใครคนนั้นหันกลับมาเห็นว่า วันนี้เราเป็นอย่างไร…
คำตอบของเราคงมีเพียงสั้น ๆ ว่า
I’ll Be OK.





